โดย บก. Bangkok Auto Salon Media
เจาะลึกแทร็กเดย์ระดับโลก! Honda BigBike เปิดฉาก ‘Track Xperience 2026’ ขนทัพบิ๊กไบค์เกอร์ลงหวดสนามช้างฯ พร้อมขยับสเต็ปสู่ศึก CBR Trophy
เสียงคำรามของเครื่องยนต์หลายร้อยคันกลับมากระหึ่มอีกครั้ง ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 13–14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ในกิจกรรม ‘Track Xperience 2026’ สนามที่ 1 ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องและฝึกทักษะการขับขี่ที่ใหญ่ที่สุดของ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ (Honda BigBike) ในปีนี้




งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวมตัวของคนรักความเร็ว แต่คือการยกระดับมาตรฐานสังคมบิ๊กไบค์ไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล ผ่านระบบการฝึกสอนและการจัดการที่ถอดแบบมาจากทีมแข่งระดับโลก โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 ชีวิต พร้อมรถคู่ใจกว่า 120 คัน ที่ลงสนามวัดใจและท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง
🧐 บก. วิเคราะห์: ทำไม ‘Track Xperience’ ถึงเป็นมากกว่าการขี่รถในสนาม?
ในฐานะที่เราติดตามคลุกคลีอยู่ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตมานาน เรามองเห็นความน่าสนใจของกิจกรรมปี 2026 ใน 3 ประเด็นหลัก:
1. สลายกำแพงประเภทรถ (Touring ก็ลงแทร็กได้!): ไฮไลต์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการเห็น Honda FORZA750 และ X-ADV750 ลงไปวิ่งท่ามกลางรถสปอร์ตในสนามแข่ง นี่คือการตอกย้ำว่า “ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายหมอบ การควบคุมรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์และแอดเวนเจอร์ในไลน์สนามแข่ง จะช่วยให้เจ้าของรถเข้าใจบาลานซ์และขีดจำกัดของเบรกได้ลึกซึ้งกว่าการขี่บนถนนทั่วไปหลายเท่าตัว
2. การสอนโดย “ตำนานที่ยังมีลมหายใจ”: การได้เรียนรู้กับ “ฟิล์ม–รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” นักบิดไทยคนแรกใน Moto2 พร้อมด้วยนักแข่งระดับท็อปอย่าง “ชิพ–นครินทร์” และ “ดรีม–สิทธิศักดิ์” จาก Honda Racing Thailand คือสิทธิพิเศษที่หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ ข้อมูลเชิงลึกจากสนามแข่งจริงถูกส่งต่อถึงมือสมัครเล่นแบบเน้นๆ ตั้งแต่การวางท่าทาง (Body Position) ไปจนถึงจุดเบรกที่แม่นยำ
3. สะพานเชื่อมสู่การแข่งขัน ‘CBR Trophy’: กิจกรรมในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นรอบ Private Test คือหัวใจสำคัญสำหรับนักบิดสาย Performance ที่ต้องการขยับจากการขี่เล่นๆ สู่ “การทำเวลา” เพื่อลงแข่งขันในรายการ CBR Trophy 2026 นี่คือบันไดขั้นแรกที่ Honda สร้างไว้เพื่อให้ลูกค้าจากถนนใหญ่กลายเป็นนักแข่งในสนามอย่างเป็นระบบ



🔥 สรุปไฮไลต์กิจกรรมสนามที่ 1
ฮอนด้าแบ่งกลุ่มผู้ขับขี่อย่างชัดเจนถึง 5 ระดับ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด:

- Pro & Advance: สำหรับนักบิดที่มีทักษะสูง เน้นการทำเวลาและเทคนิคขั้นสูง
- Experienced & Rookie: สำหรับผู้ที่เริ่มเข้าสู่สนามแข่ง เน้นการหาไลน์การขับขี่และการคุมรถที่ถูกต้อง
- Touring: กลุ่มพิเศษสำหรับรถสายเดินทางที่อยากสัมผัสฟีลลิ่งสนามแข่งมาตรฐานโลก



กองทัพรถที่เข้าร่วม: ตั้งแต่พี่ใหญ่สายสปอร์ตอย่าง CBR1000RR-R, ตัวตึง Naked CB1000R ไปจนถึงรุ่นยอดนิยมอย่างตระกูล 650 Series และ 500 Series สะท้อนให้เห็นว่า Community ของฮอนด้านั้นเหนียวแน่นและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์
🏁 สนามต่อไปห้ามพลาด!
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไฟในหัวใจและอยากรู้ว่ารถของคุณทำอะไรได้บ้างในสนามแข่ง เตรียมรถและร่างกายให้พร้อม เพราะ Track Xperience 2026 สนามที่ 2 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 พฤษภาคม 2569
บทท้ายชวนคุย: สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้รถ Touring หรือ Naked เคยมีความคิดอยากลองเอา “รถเที่ยว” ของเราลงไปวิ่งในเซอรกิตดูบ้างไหมครับ? หรือใครที่เคยผ่าน Track Xperience มาแล้ว ได้เทคนิคอะไรจากพี่ฟิล์มมาปรับใช้บนถนนบ้าง? ลองมาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ!
ทะยานไปกับความล้ำหน้า ท้าทายทุกขีดจำกัดของโลกยานยนต์ กับเรา Bangkok Auto Salon Media
เกาะติดเทรนด์อัพเกรดรถระดับโลกได้ที่: 🌐 Website: bangkokinternationalautosalon.com 🔵 Facebook: Bangkok Auto Salon 🎬 YouTube: BangkokAutoSalon 📱 TikTok: @bangkokautosalon
#TrackXperience #CBRTrophy #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou #BangkokAutoSalon #BigBikeThailand #ChangInternationalCircuit









